อุตสาหกรรมใหม่ของไทยสร้างอนาคตไทยเพิ่มมูลค่าของอุตสาหกรรมได้กว่า 3 ล้านล้านบาท

อุตสาหกรรมใหม่ของไทยที่จะเป็นกำลังในการพัฒนาประเทศ คาดจะสามารถเพิ่มมูลค่าของอุตสาหกรรมในประเทศไทยได้กว่า 3 ล้านล้านบาท พร้อมกันนี้รัฐบาลและเอกชน เร่งเดินเครื่องปั้นอุตสาหกรรมไบโอพลาสติกให้เป็นผู้นำในตลาดอาเซียน

แผนยุทธศาสตร์ประเทศ หรือ  New  Growth  Model จะส่งผลให้ประเทศไทยเปลี่ยนผ่านจากประเทศรายได้น้อย สู่ประเทศที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจอันดับต้นๆ ของเอเชียและโลก โดยมี 5 อุตสาหกรรมใหม่ที่จะเป็นกำลังในการพัฒนาประเทศ หรือที่เรียกว่าอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ได้แก่ 1.อุตสาหกรรมพลังงานสะอาด 2.อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ 3.อุตสาหกรรมไบโอพลาสติก 4.อุตสาหกรรมยานอากาศ และ 5.อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ คาดว่าจะเพิ่มมูลค่าของอุตสาหกรรมในประเทศไทยได้กว่า 20% หรือกว่า 3 ล้านล้านบาท
การให้ความสำคัญและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการจากต่างประเทศ เข้ามาลงทุนตั้งกิจการในพื้นที่ของนิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศ ประกอบด้วย
1. อุตสาหกรรมพลังงานสะอาด เช่น อุตสาหกรรมเกี่ยวกับพลังงาน เชื้อเพลิงชีวภาพ แบตเตอรี่ รถยนต์ไฟฟ้า พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์
2. อุตสาหกรรมเพื่อสุขภาพ เช่น อาหารเพื่อสุขภาพ บริการเพื่อสุขภาพ อุปกรณ์เพื่อสร้างเสริมสุขภาพ ฯลฯ เพราะมีแนวโน้มมูลค่าการตลาดเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในปี 2556 เติบโตถึง 90,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 200% เมื่อเปรียบเทียบปี 2549
3. อุตสาหกรรมไบโอพลาสติก ที่ผู้ประกอบการมีแนวโน้มที่จะนำเม็ดไบโอพลาสติกมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ สำหรับใช้ในชีวิตประจำวันที่สามารถย่อยสลายได้ และลดปริมาณผลิตภัณฑ์ที่ใช้จากพลาสติก
4. อุตสาหกรรมยานอากาศที่เมื่อมีการเกิดขึ้นของประชาคมอาเซียน (เออีซี) รวมถึงแนวโน้มรูปแบบการสัญจรทางอากาศ ในปัจจุบันผู้ใช้บริการในทุกระดับสามารถเข้าถึงการใช้บริการได้ รวมถึงการก่อสร้างสถานบินและเครื่องบินมี จำนวนมาก และ5. อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ อาทิ กลุ่มอุตสาหกรรมภาพยนตร์ กลุ่มอุตสาหกรรมโฆษณา กลุ่มธุรกิจการให้บริการด้านสถาปัตยกรรม กลุ่มธุรกิจการแพร่ภาพและกระจายเสียงไทย กลุ่มอุตสาหกรรมดนตรีของไทย กลุ่มอุตสาหกรรมแฟชั่นไทย ฯลฯ โดยปัจจุบันประเทศไทยมีแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมประเภทนี้สูงอย่างต่อเนื่อง

สำหรับการเติบโตของเศรษฐกิจโลกที่มุ่งมาทางทวีปเอเชียมากขึ้น ทำให้ไทยช้าไม่ได้สำหรับการผลักดันอุตสาหกรรมที่เป็นคลื่นลูกใหม่อย่าง พลาสติกชีวภาพ ซึ่งนอกจากจะทำให้ไทยก้าวไปสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพของ ภูมิภาคอาเซียนได้แล้ว อุตสาหกรรมดังกล่าว จะสร้างมูลค่ามหาศาลให้กับประเทศได้เนื่องจากเป็นการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งไม่ได้ผลิตได้แค่ถุงพลาสติก แต่ยังสามารถผลิต วัสดุทางการแพทย์ วัสดุทางอิเล็กทรอนิกส์ และวัสดุในอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งหากอุตสาหกรรมดังกล่าวได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจังจากภาครัฐ คาดว่าจะสามารถผลิตผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงต่าง ๆ ได้ภายใน 5 ปี

อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภาคใต้

17

อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภาคใต้ เนื่องจากภาคใต้มีศักยภาพด้านการท่อง เที่ยวสูง ทั้งนี้ด้วยความพร้อมด้านแหล่งท่องเที่ยวที่มีอยู่อย่างหลากหลาย โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล ทั้งฝั่งทะเลอันดามันและฝั่งอ่าวไทย ที่มีชายหาดและหมู่เกาะต่างๆ ที่สวยงาม รวมถึงทรัพยากรธรรมชาติใต้ท้องทะเล ซึ่งเอื้ออำนวยต่อกิจกรรมต่างๆ ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ได้แก่ กิจกรรมดำน้ำ และกีฬาทางน้ำ (เรือใบ เรือบานาน่าโบ๊ท วินด์เซิร์ฟ เป็นต้น) รวมทั้งกิจกรรมอนุรักษ์สัตว์ทะเล เช่น การปล่อยเต่าทะเล และการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล (ปะการังเทียม) เพื่อให้สอดคล้องกับกระแสอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในปัจจุบัน

จากรายงานสถิติล่าสุด ของ กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พบว่า ในปี 2554 มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวภาคใต้สูงกว่าทุกภาค (หากไม่นับรวมกรุงเทพฯ) คือ รวมทั้งสิ้น ประมาณ 27,319,500 คน (รวมนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งจะเดินทางมากกว่า 1 จังหวัดในการเดินทางแต่ละครั้ง) ในจำนวนนี้ประมาณร้อยละ 43 เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งสามารถสร้างรายได้ท่องเที่ยวให้ภาคใต้ในสัดส่วนสูงถึงกว่าร้อยละ 71 ของรายได้ท่องเที่ยวรวมของภาคใต้ที่มีมูลค่า 307,239 ล้านบาทในปี 2554

หากพิจารณาเฉพาะตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ พบว่า แหล่งท่องเที่ยวในภาคใต้ มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไปเที่ยวมากกว่าทุกภาค (หากไม่นับรวมกรุงเทพฯ) เช่นกัน โดยมีจำนวน 11.68 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 29 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมดที่เดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทย ที่มีจำนวนรวม 40.94 ล้านคน และสร้างรายได้ท่องเที่ยวให้ภาคใต้ 219,543 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 35 ของรายได้ท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมดที่เดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทย

รายได้ท่องเที่ยวดังกล่าวสะพัดสู่ธุรกิจบริการและธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นธุรกิจด้านที่พัก และธุรกิจด้านอาหารและ เครื่องดื่ม เมื่อพิจารณาจากข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พบว่า ในปี 2553 ธุรกิจโรงแรมและภัตตาคารของภาคใต้มีมูลค่าประมาณ 55,951 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 18.1 จากมูลค่าธุรกิจโรงแรมและภัตตาคารของทุกภาคในไทย ดังนั้น จึงอาจประมาณได้ว่า ในปี 2554 ธุรกิจโรงแรมและภัตตาคารของภาคใต้มีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 86,000 ล้านบาท

ค่านิยมการรับประทานอาหารแช่แข็ง ทำให้แนวโน้มอุตสาหกรรมอาหารมีการเติบโตสูงขึ้นเรื่อยๆ

cdirm.org

การวิจัยด้านการตลาดจากประเทศอังกฤษ ได้เผยว่าแนวโน้มของอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มในปีต่อไปจะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหารเพื่อสุขภาพ และผู้บริโภคยังมีกำลังซื้อมากขึ้นด้วย ตลาดอุปโภคบริโภคจึงมีความน่าสนใจที่สามารถสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศได้มากมายมหาศาล อุตสาหกรรมอาหารนั้นเป็นอุตสาหกรรมที่ผู้ประกอบการไทยมีความพร้อม และมีการแข่งขั้นในศักยภาพที่สูง

จากผลสำรวจที่มีการวิจัยพบว่า อาหารประเภทพร้อมรับประทาน หรือ Ready meal สามารถตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองสมัยใหม่ได้เป็นอย่างดี ซึ่งคนเมืองมีข้อจำกัดด้านเวลาและความสะดวกสบาย อาหารสำเร็จรูปจึงกลายเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมในยุคที่คนต่างใช้ชีวิตกันอย่างเร่งรีบ ยิ่งไปกว่านั้น ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ยังนิยมอยู่อาศัย ตามคอนโดมิเนียมในย่านใจกลางเมืองหรือใกล้ที่ทำงานมากขึ้น ซึ่งที่พักอาศัยไม่สามารถทำอาหารได้ ดังนั้นการทำอาหารรับประทานเองจึงไม่เหมาะ และด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไปทั้งสามีภรรยาต้องทำงานนอกบ้านทั้งคู่ จึงเป็นปัจจัยสนับสนุนหลักที่ทำให้อาหารสำเร็จรูปมีความนิยมอย่างต่อเนื่อง

อุตสาหกรรมอาหารแช่แข็งในปัจจุบันทำให้วัฒนธรรมมีการเปลี่ยนแปลง ทำให้ผู้บริโภคมีวัฒนธรรมการกินอาหารกล่อง อาหารแช่แข็งที่สามารถเข้าไมโครเวฟได้ทันที และยังได้รับการยอมรับจากผู้บริโภค ต่างจากแต่ก่อนหลายคนจะกังวลว่าการรับประทานอาการกล่องที่ต้องใช้ไมโครเวฟอุ่นอาจทำให้มสารที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ซึ่งในความเป็นจริงแล้วการรับประทานอาหารจากไมโครเวฟอย่างถูกวิธีไม่ได้มีอันตรายแต่อย่างใด นอกจากนี้ยังใช้คลื่นไมโครเวฟรักษาโรคได้อีกด้วย

ไม่ได้มีแต่ในต่างประเทศเท่านั้นที่มีวัฒนธรรมการบริโภคที่เปลี่ยนไป แต่รวมไปถึงประเทศไทยด้วย สอดคล้องกับผลสำรวจออนไลน์ของบริษัท A.C. Nielsen ที่ระบุว่า ผู้บริโภคชาวไทยติดลำดับต้นๆ ของโลกที่นิยมซื้ออาหารปรุงสำเร็จมากกว่าปรุงอาหารเอง ทำให้อุตสาหกรรมอาหารแช่แข็งมีแนวโน้มขยายตัวในทุกปี นอกจากผู้บริโภคเป็นผู้สนับสนุนแล้วยังมีร้านสะดวกซื้อที่มีการขยายสาขาให้มีความสะดวก ซึ่งทำให้ผู้บริโภคสามารถหาซื้อได้ง่าย ขณะที่ฝั่งผู้ผลิตเองก็มีการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาเพื่อตอบสนองความต้องการและรสนิยมของผู้บริโภคในไทยได้ดีมากขึ้นเช่นกัน และในอีก 5 ปีข้างหน้าตลาดอุตสาหกรรมอาหารแช่แข็งจะเติบโตขึ้นมากมายเลยทีเดียว

ความก้าวหน้าด้านงานวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมการเกษตร

อุตสาหกรรมการเกษตรเป็นอุตสาหกรรมที่มีบทบาทในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างมาก เนื่องจากก่อให้เกิดความเชื่อมโยงการผลิตระหว่างภาคเกษตรและภาคอุตสาหกรรม ถึงแม้ว่าอุตสาหกรรมการเกษตรจะมีศักยภาพในการผลิตและการส่งออก แต่การเจริญเติบโตยังไม่สามารถขยายตัวไปได้เท่าที่ควร เนื่องจากประสบปัญหาทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ได้แก่ ปัญหาการจัดการวัตถุดิบ การขาดแคลนสาธารณูปโภคพื้นฐาน การพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยี การขาดระบบเชื่อมโยงและการรับช่วงการผลิต การตลาด กฎระเบียบของรัฐ และการกีดกันทางการค้าจึงจำเป็นที่จะต้องสร้างความสามารถในการผลิตและการแข่งขันของอุตสาหกรรมการเกษตรให้มีความเข้มแข็งขึ้น โดยการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานหลัก และหน่วยงานสนับสนุนในการจัดทำแผนแม่บทเพื่อเป็นกรอบในการพัฒนาอุตสาหกรรมการเกษตร

การพัฒนาอุตสาหกรรรมเกษตรจำเป็นต้องสร้างบุคลากรที่มีความรู้ ความชำนาญ ในด้านการวิจัย และการปฏิบัติเชิงบริหาร เพื่อเป็นการเสริมความรู้ความชำนาญทางการบริหารและการจัดการเทคโนโลยีเฉพาะอุตสาหกรรมเกษตร เป็นการแก้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรทางอุตสาหกรรมเกษตรที่มีวิสัยทัศน์ทางด้านการบริหารและการจัดการเฉพาะอุตสาหกรรมเกษตรเพื่อเพิ่มศักยภาพด้านเทคโนโลยีชีวภาพของประเทศ เพื่อเสริมความเข้มแข็งในกระบวนการใช้ประโยชน์จากจุลินทรีย์ในการผลิตสารชีวภาพต่างๆ รวมถึงเทคโนโลยีการตัดต่อยีน การค้นหาและสกัดสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพจากสมุนไพรเป็นการผสมผสานความรู้ด้านชีวเคมี จุลชีววิทยา และวิศวกรรมศาสตร์เข้าด้วยกัน

เนื่องจากการแข่งขันในตลาดโลกที่ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น

ทั้งในด้านราคาและคุณภาพ กล่าวคือ ตลาดต้องการสินค้าคุณภาพดีราคาถูก การที่จะทำให้ธุรกิจอุตสาหกรรมเกษตรของประเทศไทยสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้นั้นจำเป็นต้องมีการเพิ่มขีดความสามารถทั้งในด้านการจัดการทรัพยากร การผลิต การเงิน และการตลาด มีการประกันคุณภาพและการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่า ดังนั้นบุคลากรที่สามารถดำเนินธุรกิจดังกล่าวให้บรรลุผลสำเร็จได้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีความรู้ทั้งทางด้านบริหารจัดการ และด้านเทคโนโลยีอุตสาหกรรมเกษตร

การมีตลาดสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรที่กว้างขึ้น

การผลิตในภาคเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรของไทยมีความก้าวหน้ามากกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนอุปสรรคที่สำคัญ ได้แก่ ต้นทุนการผลิตของประเทศเพื่อนบ้านที่ต่ำกว่าไทย ทั้งในด้านวัตถุดิบ และแรงงาน ดังนั้นเมื่อพิจารณาทิศทางในการพัฒนาเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรตามกรอบแนวคิดจะเห็นว่า ในส่วนต้นน้ำคือ การเพิ่มผลผลิตและการพัฒนาคุณภาพผลผลิตที่ต้องให้ความสำคัญกับการจัดหาแหล่งน้ำ การวางระบบและการตรวจสอบมาตรฐาน การกระจายพันธุ์ ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตอาหารแปรรูปที่สำคัญสำหรับภูมิภาคและทั่วโลกจากการใช้วัตถุดิบในประเทศ

ศักยภาพของภาคอุตสาหกรรมไทยในการสร้างสรรค์ธุรกิจนวัตกรรม

ในสถานการณ์ยุคโลกาภิวัตน์ ประเทศต่างๆ ต้องเผชิญกับปัญหาการแข่งขันระหว่างประเทศค่อนข้างสูง การสร้างภูมิคุ้มกันให้ประเทศสามารถปรับตัวรองรับผลกระทบจากกระแสโลกาภิวัตน์ได้นั้น จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการพัฒนาประเทศไปสู่เศรษฐกิจและสังคมฐานความรู้ เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืน ให้เศรษฐกิจเติบโตได้อย่างต่อเนื่องและมีเสถียรภาพ ซึ่งการกระทำดังกล่าวต้องอาศัยทั้งความรู้และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน ดังนั้น การทำวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างและสะสมองค์ความรู้ให้ทันสมัยตลอดเวลาจึงเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญและกำหนดเป็นนโยบายที่สามารถแปลงไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม

“นวัตกรรม” เป็นการใช้ความรู้ ทักษะการบริหารจัดการ รวมทั้งประสบการณ์ทางด้านวิทยาศาสตร์และด้านเทคโนโลยี เพื่อการคิดค้น การประดิษฐ์ การพัฒนา การผลิตสินค้า การบริการ กระบวนการผลิต และการจัดการองค์กรในรูปแบบใหม่ ซึ่งโลกในปัจจุบันนี้หากองค์กรใดไม่สามารถพัฒนาและเปลี่ยนแปลงตนเองด้วยการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่องแล้ว ก็ย่อมที่จะประสบความสำเร็จในระยะยาวได้ยากและไม่สามารถก้าวขึ้นไปสู่การเป็นผู้นำของธุรกิจได้ ดังนั้น การพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมในระดับประเทศอย่างมีประสิทธิภาพและทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว จะช่วยขับเคลื่อนให้ไทยก้าวไปสู่เศรษฐกิจสังคมฐานความรู้ (knowledge-based society) และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับโลกได้อย่างยั่งยืน

การที่จะขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทยให้มีความสามารถในการสร้างสรรค์ธุรกิจนวัตกรรม จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและโดยเฉพาะภาคเอกชนที่ต้องมีการกำหนดทิศทางและกลยุทธ์ที่ชัดเจน เพื่อกระตุ้นให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมภายในองค์กร ดังเช่นสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งเกิดจากการรวมกลุ่มของภาคเอกชนเพื่อทำหน้าที่เป็นตัวแทนภาคเอกชนในการสะท้อนปัญหา ข้อเสนอแนะ ข้อคิดเห็นเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมต่างๆ ต่อภาครัฐ และประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการกระจายการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมทั่วประเทศอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยให้กับภาคอุตสาหกรรมทั่วประเทศ ในการสร้างสรรค์ธุรกิจนวัตกรรม

ปัญหาและอุปสรรคต่อการพัฒนานวัตกรรมของผู้ประกอบการไทย

ผู้ประกอบการไทยส่วนใหญ่เป็นธุรกิจขนาดกลางและเล็ก ซึ่งยังขาดความพร้อมด้านเงินลงทุนและบุคลากรด้านวิจัยและพัฒนาอย่างมาก ดังนั้น เอกชนไทยจึงยังไม่สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่มีศักยภาพทางการแข่งขันในระดับสูงได้ ซึ่งแม้ว่าภาครัฐจะมีการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาอยู่แล้ว แต่งานเหล่านี้ก็ยังไม่สอดคล้องกับความต้องการของธุรกิจ นอกจากนี้ ในบางกรณียังอาจเป็นไปในลักษณะที่แข่งขันกับภาคเอกชนด้วย เช่น การพัฒนายาและผลิตภัณฑ์สมุนไพรต่างๆ รวมทั้งยังขาดตลาดในการรองรับผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่เกิดขึ้นจากภาคเอกชนอีกด้วย