การพิจารณาชดเชยมูลค่าความเสียหายตามที่มีระบุไว้กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์

ประกันภัยรถยนต์นั้นสามารถแบ่งออกได้เป็นสองประเภทใหญ่ๆได้แก่ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับและประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ซึ่งประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจนั้นยังสามารถแบ่งย่อยลงไปอีกได้อย่างน้อยสามชนิดหลักๆที่มีการให้บริการประกันภัยรถยนต์โดยบริษัทประกันภัยรถยนต์ต่างๆ นอกจากนี้ประกันภัยรถยนต์แต่ละสัญญาที่มีการให้บริการโดยบริษัทประกันภัยรถยนต์ต่างๆนั้น จะมีรายละเอียดที่แตกต่างกันไปเล็กๆน้อยๆขึ้นอยู่กับบริษัทประกันภัยรถยนต์แต่ละแห่ง โดยรายละเอียดข้อมูลที่แตกต่างกันของประกันภัยรถยนต์นั้นจะมีเรื่องจำนวนเงินประกันภัยสูงสุดในกรณีที่เกิดความเสียหายต่างๆ และเงื่อนไขสัญญาในการรับประกันภัยต่างๆที่อาจจะมีข้อมูลปลีกย่อยต่างๆที่อาจจะมีความแตกต่างกันไปด้วยเช่นกัน ดังนั้นก่อนการดำเนินการจัดทำประกันภัยรถยนต์ท่านควรที่จะศึกษาและสอบถามเจ้าหน้าที่เพื่อไขข้อสงสัยต่างๆให้กระจ่างก่อนการตัดสินใจลงนามทำสัญญาประกันภัยรถยนต์ใดๆ ควรอ่านรายละเอียดภายในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ให้ถี่ถ้วนเสียก่อน และหากมีข้อสงสัย ต้องการซักถามใดๆก็ไม่ควรรีรอเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกัน

ความคุ้มครองต่างๆที่ประกันภัยรถยนต์มอบให้กับผู้ที่จัดทำประกันภัยรถยนต์ได้แก่ความคุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นกับชีวิต ร่างกายและอนามัยของผู้ที่ประสบภัย ไม่ว่าจะเป็นบุคคลที่สาม ผู้ที่ขับรถ ผู้ที่โดยสารภายในรถเป็นสำคัญ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าชีวิต ร่างกายและอนามัยของผู้ประสบภัยนั้นจะได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสมโดยไม่เกี่ยงฐานะทางการเงิน ช่วยให้ผู้ประสบภัยที่ไม่ได้มีฐานะทางการเงินที่ดีนักได้รับการช่วยเหลือ เยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นกับชีวิต ร่างกายและอนามัยได้โดยที่ไม่ต้องกังวลเรื่องค่ารักษาพยาบาล (ในกรณีที่เป็นฝ่ายผู้เสียหาย) หลังจากที่มีการดำเนินการส่งตัวผู้บาดเจ็บไปรักษาอาการบาดเจ็บที่โรงพยาบาลแล้ว ก็จะเข้าสู่ช่วงการดำเนินการทางเอกสารและพิจารณาชดใช้มูลค่าความเสียหายในส่วนอื่นๆซึ่งเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินอื่นๆตามที่ประกันภัยรถยนต์นั้นให้ความคุ้มครอง (ในเฉพาะกรณีที่มีความคุ้มครองอื่นๆเพิ่มเติมจากการประกันความเสียหายที่เกิดขึ้นกับชีวิต ร่างกายและอนามัย) โดยจะพิจารณาชดเชยความเสียหายให้แก่ทรัพย์สินของผู้เสียหายที่เป็นบุคคลที่สามก่อน (กรณีเจ้าของรถผู้ที่ทำประกันภัยเป็นฝ่ายผิด ก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลที่สาม) ในกรณีที่เกิดความเสียหายขึ้นกับตัวรถยนต์คันที่ทำประกันภัยรถยนต์ไว้ไม่ว่าจะด้วยเหตุภัยพิบัติ (เฉพาะน้ำท่วมและไฟไหม้ลุกลามจากแหล่งอื่นๆ) หรือความเสียหายอื่นๆที่เกิดขึ้นโดยตรงกับตัวรถยนต์คันที่เอาประกันภัยแล้วในสัญญากรมธรรม์ประกันภัยมีการคุ้มครองครอบคลุมความเสียหายที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์เหล่านี้ เราก็จะได้รับการพิจารณาชดเชยมูลค่าความเสียหายตามที่มีระบุไว้กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ที่ได้มีการจัดทำให้กับรถยนต์คันนั้นๆ นอกจากนี้ยังอาจจะมีวิธีการชดเชยความเสียหายอื่นๆ

แนวโน้มอุตสาหกรรมยุคใหม่

การพัฒนาอุตสาหกรรมไทยให้มีความแข็งแกร่งและยั่งยืนท่ามกลางการพัฒนาเศรษฐกิจที่มีการแข่งขันกันสูงและรุนแรงในปัจจุบันและอนาคตอันใกล้นี้เป็นภารกิจหลักที่สำคัญของกระทรวงอุตสาหกรรม เนื่องจากอุตสาหกรรมมีบทบาทที่สำคัญอย่างมากต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยมีการกำหนดเป้าหมายของการพัฒนาอุตสาหกรรมดังนี้

1.การสร้างความพร้อมในการก้าวไปสู่การเป็นผู้ผลิตในระดับภูมิภาคเตรียมความพร้อมสู่ AEC เริ่มจากการปรับปรุงแก้ไขกฎระเบียบ เพื่ออำนวยความสะดวกและลดอุปสรรคที่มี พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับ ทั้งในด้านแรงงาน วัตถุดิบ เทคโนโลยี มาตรฐาน วิจัยและพัฒนา อีกทั้งพัฒนาการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

2.มุ่งเน้นการพัฒนาต่อจากการพัฒนาฐานความรู้ โดยเน้นการผลิตสินค้าที่ต้องใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมให้เป็นที่ยอมรับในอาเซียน โดยการพัฒนาเป็นศูนย์กลางการค้าและบริหารจัดการการผลิตและจัดการเครือข่ายในภูมิภาค

ยกระดับการผลิตวัตถุดิบเพื่อสร้างให้เกิดมูลค่าเพิ่ม

3.สร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทย ด้านตราสินค้าให้เป็นที่ยอมรับในตลาดโลก โดยมีความสมดุลทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และทรัพยากรมนุษย์

สำหรับแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยอย่างยั่งยืนต้องคำนึงถึงด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการพัฒนาคน และการเตรียมความพร้อม สั่งสมความรู้ เรียนรู้ เป็นการต่อยอดองค์ความรู้เพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ

ให้ก้าวสู่อุตสาหกรรมสีเขียวเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ทั้งนั้นภาครัฐควรพัฒนาในเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน และสร้าง Country Brand ให้สินค้าไทยเป็นสินค้าที่มีคุณภาพดี บรรจุภัณฑ์ น่าประทับใจ ใช้นวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์เข้ามาช่วย รวมทั้งต้องสร้างการรับรู้และความน่าเชื่อถือของประเทศโดยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับต่างประเทศทั้งในส่วนของรัฐบาลและในธุรกิจ โดยการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี เครื่องจักรใหม่ที่ประหยัดพลังงาน มีกระบวนการผลิตที่สะอาด พัฒนาระบบโลจิสติกส์ และผลิตสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคซึ่งเป็นผู้เลือกและตัดสินใจซื้อสินค้าด้วย

ดังนั้น อุตสาหกรรมยุคใหม่จะต้องมีการเพิ่มขีดความสามารถภายใต้บริบทของการแข่งขันที่รุนแรงและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น เข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น ซึ่งอุตสาหกรรมไทยมีโอกาสในการแข่งขันทุกอุตสาหกรรมเพียงแต่ต้องเลือกเวทีและสินค้าให้ถูก เพราะหากทำได้จะสามารถลดต้นทุน ลดความสูญเสีย และนำไปสู่การแข่งขันที่ดีขึ้น

การพัฒนาอุตสาหกรรมนเพื่อเป็นเข็มทิศในการพัฒนาผู้ประกอบการไทย

การพัฒนาอุตสาหกรรมนเพื่อเป็นเข็มทิศในการพัฒนาผู้ประกอบการไทย
อุตสาหกรรมเป็นภาคที่มีความสําคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และมีบทบาทสําคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยมาโดยตลอด ผลผลิตอุตสาหกรรมต่อ GDP ที่เพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่มาจากการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมเพื่อการ ส่งออกของผู้ประกอบการขนาดใหญ่ โดยสินค้าที่เป็นสินค้าหลักในการส่งออกนั้น กระจุกตัวอยู่เพียงไม่กี่รายการ ซึ่ง ส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่ต้องใช้เทคโนโลยีระดับกลางและสูง พึ่งพาการนําเข้าชิ้นส่วน เครื่องจักร เทคโนโลยีและทุน จากต่างประเทศในสัดส่วนที่สูง ประกอบกับกระแสการเปลี่ยนแปลงภายใต้โลกาภิวัตน์มีความรวดเร็ว และซับซ้อน มากขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลง และอุปสรรค ต่างๆ จึงมีความจําเป็นอย่างมากในการกําหนดทิศทางการพัฒนา ระบบสนับสนุน รวมถึงนโยบายต่างๆ ที่เอื้อต่อ การพัฒนาอุตสาหกรรม รวมไปถึงคุณภาพของประชากร ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

การพัฒนาอุตสาหกรรมเพื่อเป็นเข็มทิศในการพัฒนาผู้ประกอบการไทย และอุตสาหกรรม ให้สอดคล้องกับการ เปลี่ยนแปลงภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์ ภาพรวมของการพัฒนา ของอุตสาหกรรมโลก ทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศไทยเพื่อตอบสนองต่อมิติการพัฒนาใหม่ ผลกระทบของกระแสโลกาภิวัตน์ต่ออุตสาหกรรมไทย นอกจากนี้ยังเน้นถึงเป้าหมาย และแนวทางการพัฒนา อุตสาหกรรมของประเทศไทยในอนาคต ทั้งในภาพรวม และในอุตสาหกรรมรายสาขาที่สําคัญ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ ต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยในการเพิ่มขีดความสามารถและศักยภาพทางการแข่งขันในระดับนานาชาติเพื่อ สร้างรายได้เข้าสู่ประเทศ ยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม และสร้างงานให้แก่ประชาชน ตลอดจนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมให้มีความสมดุล เป็นฐานรากในการพัฒนาประเทศไปสู่ความยั่งยืนต่อไป

ในอนาคตภาคอุตสาหกรรมก็จะยังคงมีบทบาทต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย เนื่องจากเป็นภาคที่สําคัญในการสร้างรายได้ให้กับประเทศ จึงจําเป็นที่จะต้องมีการกําหนดกระบวนทัศน์และ ทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมทั้งในภาพรวม และรายสาขา ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงไปตามบริบทของ กระแสโลกอันประกอบไปด้วยการสร้างคุณค่า ด้วยนวัตกรรม องค์ความรู้ และเทคโนโลยี รวมถึงปรับศักยภาพหลักของไทยให้สอดคล้องกับความต้องการในระดับโลก เพื่อเพิ่มขีด ความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม นอกจากนี้ยังต้องสร้างความสมดุล และความเกื้อหนุนของการ พัฒนาใน 4 มิติได้แก่มิติทางด้านเศรษฐกิจ มิติทางด้านสังคม มิติทางด้านสิ่งแวดล้อม และมิติทางด้านทุนมนุษย์ อันจะนํามาซึ่งการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมไทยได้อย่างยั่งยืนใน ระยะยาว

ทิศทางในการพัฒนาอุตสาหกรรมของไทยในอนาคตหลังมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญและมีรัฐบาลใหม่

15

ภายใต้บริบทของกลไกการค้าโลกในปัจจุบันและการเปิดเสรีทางการค้า ไม่ว่าจะเป็น FTA , WTO และ AFTA ก่อให้เกิดสภาวการณ์แข่งขันในภาคธุรกิจ ซึ่งแต่เดิมอาจจะเป็นการแข่งขันภายในประเทศหรือภายในภูมิภาค กลับต้องเผชิญกับการแข่งขันในระดับโลก กรณีของประเทศไทยสัดส่วนภาคเกษตรต่อ GDP น่าจะไม่ถึง 12% ขณะที่ภาคการค้าและภาคอุตสาหกรรม จะเป็นปัจจัยสำคัญของการพัฒนาความอยู่ดีกินดีของคนไทย ดังนั้น แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจมหภาค จึงจะต้องให้ความสำคัญต่อภาคเอกชน โดยเฉพาะภาครัฐ จะต้องเร่งส่งเสริมศักยภาพขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม ซึ่งทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมไทย เพื่อจะสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ จะต้องมียุทธศาสตร์ในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านเทคโนโลยีกับการเปลี่ยนแปลงด้านกลไกการค้าในบริบทของโลก อุตสาหกรรมไทยจะต้องหันกลับมาพัฒนาเทคโนโลยี โดยการลดการพึ่งพาแรงงาน ทั้งในเชิงปริมาณและแรงงานราคาถูก การแก้ปัญหาเกี่ยวกับภาครัฐ เกี่ยวกับปัญหาแรงงานต่างด้าวในลักษณะแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ไม่ว่าจะเป็นการขยายระยะเวลาการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวและการปรับลดค่าธรรมเนียม ซึ่งภาคอุตสาหกรรมออกมาโวยวายเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าว หรือการให้ภาครัฐเพิ่มโควตาในการนำเข้าแรงงานต่างด้าวในระยะสั้น ผู้เขียนเห็นด้วยเพราะยังมีอุตสาหกรรมอยู่หลายคลัสเตอร์ จำเป็นต้องใช้แรงงานต่างด้าว เนื่องจากแรงงานชาวไทยไม่ทำ รวมถึงอุตสาหกรรมบริการโลจิสติกส์ ก็เริ่มมีปัญหาเกี่ยวกับแรงงาน ซึ่งต้องยังมีการแบกหามก็มีคนไทยมาทำงานยากขึ้น

ดังนั้น ทิศทางในการพัฒนาอุตสาหกรรมของไทยในอนาคต โดยเฉพาะหลังมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญและมีรัฐบาลใหม่ (อรกครั้ง)ทั้งภาคการผลิตและภาคการบริการ ภาครัฐต้องเข้ามาช่วยผู้ประกอบการไทย ทั้งในแง่การประชาสัมพันธ์และการฝึกอบรม รวมถึง เกี่ยวกับการส่งเสริมทางด้าน R&D ของไทย ซึ่งมีน้อยมาก และอย่าสับสนในการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยแบบที่ผ่านมาในอดีตที่มองและพัฒนาเป็น Cluster หรือกลุ่มอุตสาหกรรม เช่น กลุ่มพลาสติก , อิเล็กทรอนิกส์ เพราะข้อเท็จจริงแต่ละ Cluster มีศักยภาพขีดความสามารถและขนาดซึ่งแตกต่างกันมาก มีทั้งใหญ่-กลาง-เล็ก บางโรงงานมีปัญหาเกี่ยวกับเทคโนโลยี บางโรงงานมีปัญหาด้านการตลาด หรือบางโรงงานมีปัญหาด้านทุนหรือด้านบริหาร ซึ่งทั้งหมดอยู่ในกลุ่ม (Cluster) อุตสาหกรรมเดียวกัน ซึ่งแต่เดิมใช้ยาขนานเดียวกันการแก้ปัญหาอุตสาหกรรม ต้องพัฒนาไปด้วยกันทั้งพร้อมและไม่พร้อมอุตสาหกรรมไทยต้องใช้เวลาในการปรับไปสู่ New Wave Industries ที่กล่าวเช่นนี้ไม่ใช่ไม่เห็นด้วย แต่กรณีเช่นนี้ รถไฟต้องไปเป็นขบวน มิฉะนั้น จะพากันตกรางหมด การพัฒนาจึงควรแยกตามลักษณะจากขีดความสามารถ ซึ่งผู้เขียนแยกไว้ 3 กลุ่ม ดังรายละเอียดข้างต้น อย่าปล่อยให้ SMEs ไทยช่วยตัวเอง แบบอยู่ใครอยู่มัน โดยเฉพาะในต่างจังหวัด

แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจไทยทางด้านธุรกิจอุตสาหกรรม

15

การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยภายหลังใช้แผนพัฒนาฯ นับได้ว่าอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง การขยายตัวของระบบเศรษฐกิจได้เปลี่ยนแปลงจากภาคเกษตรกรรมโดยเฉพาะการส่งออกข้าวเป็นรายได้หลักของประเทศ  เป็นการส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก ซึ่งประเทศไทยได้เปรียบในการผลิตในด้านแรงงาน ต้นทุนการผลิตต่ำ ส่งผลให้ได้เปรียบในการผลิตสามารถแข่งขันในตลาดโลกโดยตั้งแต่ประเทศไทยมีการใช้แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 1 จนถึงปัจจุบัน โครงสร้างและระบบเศรษฐกิจของประเทศเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมาก สามารถสรุปถึงผลการพัฒนาประเทศที่ผ่านมาได้ดังนี้

ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและปัญหาการกระจายรายได้โครงสร้างการผลิตได้เปลี่ยนจากภาคเกษตรกรรมเป็นภาคอุตสาหกรรม ผลิตเพื่อการส่งออก การเปิดการค้าเสรีและการลงทุน ส่งผลให้เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศขยายตัวอย่างรวดเร็วแต่การขยายตัวไม่สม่ำเสมอ อุตสาหกรรมกระจุกตัวเฉพาะในเมืองใหญ่ๆ เกิดความเหลื่อมล้ำของการกระจายรายได้

ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและปัญหาการใช้ทรัพยากรธรรมชาติต้นเหตุแห่งการขยายตัวของผลิตภัณฑ์หรือการผลิตประชาชาติทั้งในภาคเกษตรและอุตสาหกรรมซึ่งจำเป็นต้องใช้ปัจจัยการผลิตจำนวนมากรวมทั้งทรัพยากรธรรมชาติที่มีจำกัด ทำให้เกิดการบุกรุกที่ดิน ป่าไม้ แหล่งน้ำ ผลที่ตามมาคือ ทรัพยากรธรรมชาติเสื่อมโทรมและหมดไปอย่างรวดเร็ว

ปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำและปัญหาการว่างงานในระยะที่ผ่านมา รัฐบาลและประชาชนใช้จ่ายเงินเป็นจำนวนมาก รวมทั้งมีค่านิยมการใช้สินค้าจากต่างประเทศ การพัฒนาประเทศพึ่งพาเงินทุนและเทคโนโลยีจากต่างประเทศจำนวนมาก เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ไทยขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เงินสำรองระหว่างประเทศลดลงอย่างรวดเร็ว

ปัญหาการแข่งขันและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยการเปิดเสรีทางการค้าและการลงทุนทำให้การแข่งขันระหว่างประเทศรุนแรงขึ้น นอกจากต้นทุนการผลิตที่ทำให้ไทยสามารถแข่งขันกับต่างประเทศแล้ว ประเด็นที่สำคัญยังประกอบไปด้วยนโยบายและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมของประเทศ ขณะที่ภาวะการณ์ในปัจจุบันขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศที่ลดลงอย่างต่อเนื่องจากสาเหตุของต้นทุนทางด้านแรงงานที่เพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้ประเทศต้องมีการพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้สูงขึ้น ได้มาตรฐานสากล

1 2 3